วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


กาแฟเข้มข้นที่สุดในโลก คาเฟอีนสูงถึง 200 เท่า

กาแฟเข้มข้นที่สุดในโลก คาเฟอีนสูงกว่ากาแฟธรรมดาถึง 200 เท่า ไมค์ บราวน์ อดีตพนักงานร้านกาแฟเล็กๆในกรุงนิวยอร์ก คือเจ้าของ ไอเดียและผู้ผลิต กาแฟเข้มข้นที่สุดในโลก เขาได้แรงบันดาลใจใน การผลิต กาแฟเข้มข้นที่สุดในโลก มาจากตอนที่ทำงานในร้านกาแฟ แล้วมีลูกค้าหลายคนขอให้เขาชงกาแฟ ที่มีรสชาติเข้มข้นกว่าปกติบางคนขอกาแฟเข้มที่สุดในร้าน ขณะที่บางคนขอกาแฟที่ผ่านการคั่วระดับเข้มที่สุด เขาเลยต้องอธิบายลูกค้ามาโดยตลอดว่า เมล็ด กาแฟที่ผ่านการคั่วระดับเข้ม (Dark Roast) แม้จะมีรสชาติเข้มข้น หรือขมกว่า แต่ก็มีปริมาณคาเฟอีนน้อยที่สุด

กาแฟเข้มข้นที่สุดในโลก เปิดตัวภายใต้ชื่อ“เดธ วิช (Death Wish)” ซึ่งมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่ากาแฟคั่วระดับเข้ม (Dark Roast) โดย ทั่วไปถึง 200 เท่า หวังเอาใจคอกาแฟที่ชอบรสชาติเข้มจัดและอยากตาค้างติดต่อกันหลายคืน

นับแต่นั้นเขาก็เริ่มคิดค้นและทดลองผลิตกาแฟคั่ว ที่ให้ความเข้มข้นทั้งรสชาติและปริมาณคาเฟอีน หลังผ่านการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดระยะเวลา 5 ปี ในที่สุดเขาก็ค้นพบวิธีผลิตกาแฟ เข้มข้นที่สุดในโลก ซึ่งเกิดจากเทคนิคในการผสมหรือปรุงกาแฟ (เบลนด์), การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ และกรรมวิธีในการคั่ว

แม้กาแฟคั่ว ”เดธ วิช (Death Wish)”จะมีปริมาณคาเฟอีนที่สูงมาก และมีรสชาติเข้มข้น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกกลมกล่อมและคง ความหอมกรุ่นของกาแฟอาราบิก้า ทั้งๆ ที่โดยปกติเมล็ดกาแฟพันธุ์ อาราบิก้ามีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟพันธุ์โรบัสต้าราว 40-50% นอกจากนี้ เมล็ดกาแฟที่นำมาใช้ยังมาจากไร่กาแฟออแกนิกอีกด้วย

ด้วยความที่เป็น กาแฟเข้มข้นที่สุดในโลก นายไมค์ บราวน์ จึงต้อง ออกมาเตือนผู้ที่คิดอยากลองว่า "เดธ วิช ไม่ใช่กาแฟธรรมดาทั่วไป ที่คนส่วนใหญ่ดื่มในตอนเช้า ไม่ใช่กาแฟที่จะหาซื้อได้ตามร้านค้า ใกล้บ้าน และไม่สามารถหาดื่มได้ในร้านอาหารหรือตามร้านกาแฟ แต่เป็นกาแฟออแกนิกที่ผ่านการคั่วระดับเข้ม ( Dark Roast ) ชนิด พรีเมี่ยม ซึ่งมีปริมาณ คาเฟอีนสูงที่สุดในโลก…นี่คือ กาแฟที่เข้มสุดๆ จึงไม่เหมาะสำหรับคนใจเสาะและผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ”

นายบราวน์ยังเตือนด้วยว่ากาแฟของเขาอาจทำให้ผู้ดื่่มตาค้างติดต่อกันนานหลายคืน แต่ถ้าใครไม่กลัวคำเตือนดังกล่าว สามารถสั่งซื้อ กาแฟ " เดธ วิช ( Death Wish )” ของนายบราวน์ได้ที่เว็บไซต์ “ อเมซอน และ “ เดธ วิช คอฟฟี่ ” ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งกาแฟคั่วบด และกาแฟคั่วแบบเมล็ด โดยถุงขนาด 1 ปอนด์ (ครึ่งกิโลกรัม) หาก สั่งซื้อแล้วพบว่ามีกาแฟออแกนิกคั่วระดับเข้ม ( Dark Roast ) ยี่ห้อ อื่นที่มีคาเฟอีนและรสชาติเข้มกว่า ทาง "เดธ วิช” ินดีรับซื้อคืนและถ้าซื้อแล้วไม่พอใจ (ไม่เข้มอย่างที่คิด) ทางบริษัทฯ รับประกันคืนเงินให้ 110% ภายใน 60 วัน

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


ผลวิจัยชี้ว่าที่คุณแม่ดื่มกาแฟได้ คาเฟอีนไม่มีผลต่อทารกในครรภ์

เอเจนซี - ว่าที่คุณแม่สามารถดื่มกาแฟได้โดยไม่มีผลกับทารกในครรภ์ โดยนักวิจัยระบุไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการคลอดก่อนกำหนดและน้ำหนักตัวทารก กับปริมาณคาเฟอีน

การศึกษาก่อนหน้านี้ชี้ว่า คาเฟอีนอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ เพราะคั่งค้างอยู่ในกระแสโลหิตของว่าที่คุณแม่เป็นเวลานาน และสามารถถ่ายทอดไปยังทารกอย่างง่ายดาย

แพทย์เตือนว่า การบริโภคคาเฟอีนมากๆ อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวทารก หรือโอกาสในการแท้ง ดังนั้น หญิงมีครรภ์จึงไม่ควรดื่มกาแฟเกินวันละ 4 แก้ว หรือ 6 แก้วสำหรับชา

ทว่า ผลศึกษาของมหาวิทยาลัยอาร์ฮัสในเดนมาร์ก ไม่ได้ฟันธงแบบนั้น นักวิจัยเปิดรับอาสาสมัครกว่า 1,000 คนที่ตั้งครรภ์ 20เดือน และดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 3 แก้ว โดยแยกออกเป็นสองกลุ่มๆ แรกมี 568 คน ดื่มกาแแฟสำเร็จรูปธรรมดา และอีกกลุ่ม 629 คนดื่มกาแฟไม่มีคาเฟอีน

อาสาสมัครแต่ละคนจะถูกตรวจวัดปริมาณคาเฟอีนทุกวัน ซึ่งรวมถึงคาเฟอีนจากโคลา จากนั้นนักวิจัยติดตามผลจากน้ำหนักทารกทารก 1,153 คนหลังคลอด และระยะเวลาการอยู่ในครรภ์ โดยการทดลองนี้มีขึ้นระหว่างปี 1998-2002

ผลศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อังกฤษเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า ไม่พบความแตกต่างระหว่างทารกที่เกิดจากมารดาสองกลุ่มทั้งในเรื่องของน้ำหนักตัวทารก และระยะเวลาการอยู่ในครรภ์มารดา

นักวิจัยสรุปว่า การลดปริมาณคาเฟอีนลงพอประมาณในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ ไม่ส่งผลใดๆ

ทั้งนี้ อาสาสมัครในการทดลองไม่รู้ว่าตัวเองดื่มกาแฟประเภทไหน และนักวิจัยยังพิจารณาปัจจัย อาทิ อายุ น้ำหนัก และการสูบบุหรี่ ของมารดาประกอบด้วย ซึ่งพบว่าทารกในกลุ่มอาสาสมัครที่ดื่มกาแฟไม่มีคาเฟอีนหนักกว่าทารก จากมารดาอีกกลุ่มแค่ 16 กรัม และระยะเวลาการตั้งครรภ์ห่างกันไม่เกินสองวัน

"การศึกษาของเราไม่ได้บอกว่า การดื่มกาแฟระหว่างตั้งครรภ์ ปลอดภัย แต่เราพบว่า การมีคาเฟอีนในร่างกายในระดับปานกลาง ไม่ส่งผลอันใดต่อน้ำหนักตัวทารกหรือระยะเวลาการตั้งครรภ์"โบดิล แฮมเมอร์ เบ็ก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยอาร์ฮัส สรุป

งานวิจัยยังชี้ว่า ผู้หญิงที่สูบบุหรี่วันละมากกว่า 10 มวนระหว่างตั้งครรภ์ จะให้กำเนิดทารกที่ตัวเล็กกว่าว่าที่คุณแม่ที่ไม่สูบบุหรี่

แหล่งที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


"ผิวขาวสวยขึ้นได้.. จากกากกาแฟ".....><

คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบให้ตัวเองมีผิวที่ขาวสะอาด และวิธีทำให้ผิวขาวได้นั้น อาจจะต้องมีเคล็ดลับดีๆ สำหรับตัวเอง

วันนี้เราเคล็บลับดีๆ สำหรับคุณผู้หญิงมาบอกกันครับวิธีทำให้ผิวขาวด้วยผงหรือกากกาแฟชนิดมีกากนะครับ ไม่ใช่กาแฟชงสำเร็จรูปที่เราดื่มกันอยู่ที่วัน กรองเอาแต่กากกาแฟ

- นำผงหรือกากกาแฟที่บดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
- ผสมนมสด น้ำผึ้ง ในสัดส่วนที่พอดีสังเกตว่าไม่ข้นเกินไป และไม่เหลวเกินไป ประมาณ 1 ต่อ 1
- จากนั้นนำส่วนผสมคนให้เข้ากันดีแล้ว นำมาขัดผิว โดยวนเป็นวงกลมตั้งแต่ปลายเท้าไล่ขึ้นมาตามลำตัว แขนไหล่ หน้าอกควรนวดวนไปมาหลายๆ ครั้ง ใช้เวลาพอกทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง
- จึงอาบน้ำล้างตัวตามปกติ รับรองว่าผิวของคุณก็จะสวยเปล่งปลั่งขาวนวลจับตาเลยล่ะครับ ลองนำไปใช้ดู เคล็ดลับดีๆแบบนี้...

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คาเฟอีน (caffeine)


.."คาเฟอีน (caffeine)"..

เป็นสารประกอบที่พบในเมล็ดกาแฟ เมล็ดโกโก้ ใบชา เป็นต้นกาเฟอีนบริสุทธิ์นั้น มีลักษณะเป็นผลึกรูปเข็ม ไม่มีกลิ่น และมีรสขม ปริมาณกาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน

กาแฟที่ชงจากเมล็ดกาแฟพันธุ์โรบัสต้าจะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิกา นอกจากนี้ กรรมวิธีในการชงและปริมาณผงกาแฟที่เติม ก็มีผลต่อปริมาคาเฟอีนที่แตกต่างกันด้วยครับ

ปริมาณของคาเฟอีน ที่มีผลต่อร่างกายและอารมณ์ของเรานั้นขึ้นอยู่กับปริมาณการบริโภคในแต่ละครั้ง ประมาณนี้ครับ

**กาเฟอีนขนาดต่ำ (50-200 มก.ประมาณ) จะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า สดชื่น ไม่ง่วงนอน

**กาเฟอีนขนาดปานกลาง (200-500 มก.) อาจทำให้ปวดศีรษะ เครียด กระวนกระวาย มือสั่น นอนไม่หลับ

**กาเฟอีนขนาดสูง (1,000 มก.) จะเริ่มทำให้เกิดกาเฟอีนเป็นพิษ (caffeinism) ซึ่งจะมีอาการกระสับกระส่ายอยู่นิ่งไม่ได้ หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ เบื่ออาหาร ปัสสาวะบ่อย

ปริมาณคาเฟอีนเท่าไร จึงจะปลอดภัย...
**ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล มีความไวต่อปริมาณกาเฟอีนแตกต่างกัน การดื่มกาแฟ ๑ ถ้วยเท่ากัน อาจทำให้คนที่ไวต่อกาเฟอีน ใจสั่น นอนไม่หลับ แต่ไม่มีผลกับอีกคนหนึ่งที่มีความทนทานมากกว่า

...อย่างไรก็ตามองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา(FDA)ได้กำหนดปริมาณกาเฟอีนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือ ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบได้กับการดื่มกาแฟไม่เกิน3 ถ้วยต่อวันก้อน่าจะเพียงพอแล้วครับ

ศาสตร์และศิลป์ของการดื่มกาแฟ

ศาสตร์และศิลป์ของการดื่มกาแฟ ช่างละเอียดอ่อนซับซ้อน พิถีพิถันทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกพันธุ์กาแฟ คัดเลือกสถานที่ ที่จะปักดำเมล็ดพันธุ์กาแฟลงดิน โดยเฉพาะสายพันธุ์อราบิก้าที่มีความหอมเลอเลิศ จำเป็นต้องวัดค่าความสูงของแปลงปลูกที่ต้องอยู่สูงราวชาวสวรรค์ จึงจะผลิช่อดอก งอกเงยเป็นผล แต่ละผลบรรจุโอสถสารอัดแน่น มิใช่เพียงเพื่อรสชาติเลิศเลอ แต่ยังบรรจุสารกระตุ้นพลังและป้องกันโรคอยู่เปี่ยมล้น ประหนึ่งเป็นสุธารสของเทพชั้นสูง

จากนั้นการเก็บเกี่ยวผลยังต้องประณีต ต้องแก่เสมอกัน จัดการมีแบบแผนขั้นตอน การตาก ลอกเปลือก เป็นกะลา สีเอากะลาออกเป็นสารกาแฟ

ขั้นตอนการคั่วที่ละเอียดอ่อน เพื่อชักนำโอสถสาร ที่อัดแน่นให้ปรากฏออกมา เพื่อให้มวลมนุษย์ผู้นิยมชมชอบ มธุรสแห่งเทพได้เสพสมสัมผัสรสชาติที่แสนหฤโหด สุดหฤหรรษ์ ด้วยวิธีการคั่วที่อุณหภูมิคงที่ แต่จัดสรรเวลาคั่วออกมาเป็น 3 ระยะ เพื่อให้ได้รสชาติและความหอมระดับ อ่อน ปานกลาง เข้ม หรือจะคั่วแบบระยะเวลาคงที่แต่อุณหภูมิ แตกต่างกันไป เพื่อให้ได้รสชาติและความหอมในระดับอ่อน ปานกลาง เข้ม

การชงกาแฟสด เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์อย่างสูงและซับซ้อน แตกเขนงการชงออกไปไม่มีที่สิ้นสุด เริ่มจากวิธีการบดที่หลากหลายขนาด ตั้งแต่ บดหยาบ บดปานกลาง บดละเอียดตามที่ต้องการ เพื่อป้อนเข้าเครื่องชง ซึ่งมีอยู่หลายสิบแบบ ตั้งแต่เครื่องชงแบบโบราณ ไม่ซับซ้อน จนถึงเครื่องชงสุดไฮเทคที่ต้องมีแรงดันไอน้ำขนาดมหาศาล เพื่อเค้นเอาโอสถสารที่อัดแน่นอยู่ภายในเมล็ดออกมาให้ได้มากที่สุด

จากนั้นการชงกาแฟต้องเติมใจลงไปหมดทั้งหัวใจเลย ต้องพิถีพิถันกับอุณหภูมิของน้ำ ต้องไม่ต่ำเกินไป ต้องให้อยู่ในระดับ 94-95องศาเซลเซียส แก้วต้องได้รับการอุ่นในอุณหภูมิพอเหมาะจึงจะได้รสชาติที่แสนหฤโหดสุดหฤหรรษ์ นอกจากนี้การชงกาแฟยังแตกแขนงการปรุงออกไปอีกมากมาย สุดคณานับ เช่นการผสมผงชอคโกแลต ผสมเหล้า ผสมผงสตอเบอรี่ ผงเชอรี่ ฯลฯ. เป็นสูตรเฉพาะตัวของแต่ละแหล่ง

กาแฟนอกจากมีสารกระตุ้นพลังกระปี้กระเปร่า แล้วยังมีโอสถสารช่วยยับยั้งบรรเทาอาการ ของโรคร้ายต่างๆอีกด้วย ต้องขอบคุณธรรมชาติที่บรรจงนำสิ่งประเสริฐเลิศล้ำทั้งมวลมาบรรจุไว้ในเมล็ดกาแฟ มธุรสแห่งเทพ

วันนี้จึงต้องถามว่าคุณดื่มกาแฟแล้วหรือยัง!!!

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประโยชน์จากการดื่มกาแฟ

1. ลดอัตราเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน 60 % กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีสารประกอบที่เรียกว่า ควินิน ที่ช่วยให้ร่างกายผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น

2. ลดอัตราการเกิดภาวะความจำเสื่อม 65 % จากการวิจัยพบว่ากาแฟมีส่วนช่วยในการชะลอภาวะความจำเสื่อม โดยไปหยุดยั้งหรือต้านการจับตัวของคอเรสเตอรอล ที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย

3. ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจในผู้หญิง 25 % งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยของสเปนพบว่า ผู้หญิงที่ดื่มกาแฟ 2-3แก้วต่อวันมีอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม

4. ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ 50 % จากการศึกษาพบว่าคนที่ดื่มกาแฟ 3 แก้วหรือมากกว่าต่อวัน มีแนวโน้มในการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่

5. ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก จากการศึกษากับผู้ชายจำนวน 50,000 คนเป็นเวลา 20 ปี พบว่าคนที่ดื่มกาแฟ 6 แก้วต่อวัน จะมีอัตราเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม

6. ลดความเสี่ยงของการเป็นอัลไซเมอร์

7. ลดความเสี่ยงของการเป็นตับแข็ง 80 %จากการศึกษากับผู้ดื่มกาแฟจำนวน 125,000 พบว่าการดื่มกาแฟ 1 แก้วต่อวันทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นตับแข็งลดลง 20 % ถ้าดื่ม 4 แก้วต่อวันจะลดลงอัตราเสี่ยงได้ 80 %

8. ลดความเสี่ยงของการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี 50 % ผู้ชายที่ดื่มกาแฟอย่างน้อย 2 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มในการลดอัตราเสี่ยงของการเป็นนิ่วในถุงน้ำดี 40 % 25 % สำหรับผู้หญิงที่ดื่มกาแฟในปริมาณที่เท่ากัน และ 45 % สำหรับคนที่ดื่มมากกว่า 4 แก้วต่อวัน

9. ลดความเสี่ยงของการเกิดการอุดตัน ในเส้นเลือดในผู้หญิง43 % จากการศึกษากับนางพยาบาลจำนวน 83,000 คนที่ไม่ เคยสูบบุหรี่ และดื่มกาแฟ 4 แก้วต่อวันสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดการอุดตันในเส้นเลือด 43 %

10.ลดความเสี่ยงของการเกิดอาการสั่นของอวัยวะ จากระบบประสาท

11.ลดอัตราเสี่ยงในการฆ่าตัวตายของผู้หญิง 60 %

12.กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยซ่อมแซมเซลต่างๆ ในร่างกายที่ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ

13.กาแฟช่วยให้เรารู้สึกไม่ง่วงและตื่นตัว

14.กาแฟช่วยลดความรู้สึกหนาวได้

15.ลดการเกิดโรคหืด

16.ลดอาการปวดหัว บ่อยครั้งที่คาเฟอีนถูกใช้เป็นยาแก้ปวดโดยเฉพาะอาการปวดหัวจากไมเกรน

17.บรรเทาอาการปวด การดื่มกาแฟ 2 แก้ว อาจช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ หลังจากการออกกำลังกายได้ประมาณ 58 % ยาแก้วปวดหลายประเภทมีการผสมคาเฟอีน และคาเฟอีนสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ 40 %

18.ช่วยให้อารมณ์แจ่มใสขึ้น คาเฟอีน ที่ดื่มเข้าไปจะช่วยคลายความเครียดและทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้น

19.ช่วยให้ความสามารถทางการกีฬาสูงขึ้น เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ

20.กาแฟช่วยป้องกันฟันผุ สารประกอบที่ชื่อว่าTrigonelline ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กาแฟมีกลิ่นหอมและรสขม มีประสิทธิภาพช่วยป้องกันแบคทีเรีย และการก่อตัวของแบคทีเรีย

ดื่มชา-กาแฟเป็นประจำป้องกันโรคหัวใจ-มะเร็งช่องปาก

เอเจนซีส์ – งานศึกษากว่าสิบปีจากเนเธอร์แลนด์ระบุการดื่มกาแฟหรือชาวันละหลายถ้วย มีแนวโน้มป้องกันโรคหัวใจการศึกษาอีกชิ้นจากสหรัฐฯ ยังพบว่าการดื่มกาแฟวันละ 4ถ้วยช่วยป้องกันมะเร็งในช่องปาก

จากการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 40,000 คนพบว่า คนที่ดื่มชาวันละมากกว่า 6 ถ้วย มีความเสี่ยงโรคหัวใจลดลง 1 ใน 3

อนึ่ง การที่ชาวฮอลแลนด์นิยมดื่มกาแฟใส่นมเล็กน้อยและชาดำ ทำให้มีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับผลของนมที่มีต่อโพลีฟีนอล ที่เชื่อว่าเป็นสารที่มีคุณประโยชน์มากที่สุดในชา

สำหรับกาแฟมีคุณสมบัติที่ในทางทฤษฎี ช่วยเพิ่มและลดความเสี่ยงไปพร้อมกัน กล่าวคือทำให้ระดับคลอเรสเตอรอลสูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ช่วยต่อสู้กับการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ

แต่การศึกษาที่อยู่ในวารสาร ของสมาคมหัวใจแห่งอเมริกาพบว่า คนที่ดื่มกาแฟวันละ 2-4 ถ้วย สามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ถึง 20% อีกทั้งไม่มีแนวโน้มว่าจะเสียชีวิตจากสาเหตุใดๆ ซึ่งรวมถึงโรคหลอดเลือดสมองและมะเร็งมากไปกว่าคนที่ไม่ดื่ม

ศาสตราจารย์อีวอนน์ แวน เดอร์ ชูว์ ผู้นำการวิจัยที่เนเธอร์แลนด์ กล่าวว่าการค้นพบนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับคอชาและกาแฟ เพราะดูเหมือนว่าเครื่องดื่มสองชนิดนี้จะให้ประโยชน์ต่อหัวใจโดยไม่ไปเพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคอื่นๆ เอลเลน เมสัน พยาบาลอาวุโสของมูลนิธิหัวใจแห่งอังกฤษ ขานรับว่าการศึกษานี้เป็นการตอกย้ำว่า การดื่มชาและกาแฟ ในปริมาณพอสมควรไม่เป็นอันตรายต่อคนส่วนใหญ่ ทั้งยัง อาจลดความเสี่ยงโรคหัวใจและการเสียชีวิตจากโรคนี้ได้ด้วย

กระนั้น เมสันสำทับว่าการใช้ชีวิตในรูปแบบที่ดีต่อสุขภาพ โดยรวมมีความสำคัญมากกว่าในการรักษาสุขภาพหัวใจ

“การกินกาแฟไปด้วยสูบบุหรี่ไปด้วยทำให้ประโยชน์เรื่องนี้ จบลงทันที ขณะที่การดื่มชาหน้าทีวีเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่ ออกกำลังกายเลย คงไม่สามารถปกป้องหัวใจของคุณได้ ทั้งหมด”

ขณะเดียวกัน การศึกษาจากสหรัฐฯ ระบุการดื่มกาแฟวันละ4 ถ้วยช่วยป้องกันมะเร็งในช่องปากได้ถึง 39%

แพทย์มักแนะนำให้ดื่มกาแฟแต่พอประมาณ เนื่องจากคาเฟ อีนอาจทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นและความดันโลหิตสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยืนยันว่าหลักฐานที่ได้มาชี้ชัดว่าสารเคมี 1,000 ชนิดในกาแฟ ซึ่งรวมถึงสารต่อต้านอนุมูลอิสระ  สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยยูทาห์ใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากการ ศึกษา 9 ฉบับจากยุโรป อเมริกาและอเมริกากลาง ที่มีการ เปรียบเทียบพฤติกรรมการดื่มกาแฟของผู้ป่วยมะเร็ง 5,000 คน และกลุ่มตัวอย่างสุขภาพดีกว่า 9,000 คน

หลังจากพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ การกินอาหารและการดื่ม นักวิจัยพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำมี ความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งช่องปากลดลง 39% เมื่อเทียบ กับคนที่ไม่ดื่ม

ทั้งนี้ การที่ผลศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างกาแฟกับมะเร็งขัดแย้งกัน เนื่องจากการดื่มกาแฟอาจเป็นตัวบ่งชี้ปัจจัยการใช้ชีวิตบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง เช่น การ สูบบุหรี่และดื่มเหล้า

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประวัติความเป็นมาของกาแฟในประเทศไทย

กาแฟ ข้าวแฝ่ โกปี๊ หรือ ค้อฟฟี่ ตลอดจนค้อฟฟี่ช้อป(coffee shop) และคาเฟ่ (Café) เป็นภาษาที่คุ้นหูและคุ้นเคยกับคนไทยมากพอสมควรในปัจจุบันนี้

กาแฟใน ประเทศไทยมีต้นกำเนิดจากที่คนไทย ผู้ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามคนหนึ่ง ชื่อนายดีหมุน ได้มีโอกาสไปแสวงบุญ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียได้นำเมล็ดพันธุ์กาแฟมาเพาะปลูกที่บ้าน คือ ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อยจ.สงขลา ในปี พ.ศ. 2447 กาแฟที่นำมาปรากฏว่าเป็นพันธุ์โรบัสต้า การปลูกได้ผลดีพอสมควร จากนั้นจึงได้มีการขยายพันธุ์ และมีการส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้านี้ออกไปอย่างกว้างขวางในภาคใต้ของประเทศไทย โดยส่งเสริมเป็นพืชปลูกสลับในสวนยางเป็นรายได้สำรองจากการกรีดยาง

ปัจจุบันการปลูกกาแฟในภาคใต้ ได้มีการพัฒนาการอย่างมากมายสามารถปลูกเป็นพืชหลัก และทำรายได้ให้เกษตรกรเป็นอย่างดี พื้นที่ปลูกทั้งสิ้นประมาณ 147,647 ไร่สำหรับกาแฟพันธุ์อาราบิก้า (C. Arabica) ซึ่งเป็นกาแฟพันธุ์หลักและมีผลผลิตประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของโลกนั้นได้ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย ประมาณปี พ.ศ.2493 ทั้งนี้ตามบันทึกของพระสารศาสตร์พลขันธ์ ซึ่งเป็นชาวอิตาลี ต่อมาในปี พ.ศ. 2516 โครงการปลูกพืชทดแทนและพัฒนาเศรษฐกิจชาวไทยภูเขา ไทย/สหประชาชาติได้เริ่มโครงการทดลองทำการเกษตรหลายชนิด โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการค้นหาพันธุ์พืชและสัตว์ มาทดแทนการปลูกและผลิตยาเสพย์ติดฝิ่น ของชาวไทยภูเขาและเพื่อทำการพัฒนาเศรษฐกิจของชาวไทยภูเขาอีกด้วยและต่อมาในปี พ.ศ. 2520 โครงการได้ขยายเวลาการดำเนินการต่อไปอีก 5 ปี โดยเปลี่ยนชื่อเป็นโครงการปลูกพืชทดแทนและการตลาดที่สูง ทั้งนี้เป็นผลจากการทดลองใช้พืชหลายชนิดในการปลูกทดแทนฝิ่นซึ่งได้ผลดีทำให้พื้นที่และปริมาณการผลิตฝิ่นลดลงไปมาก ในการส่งเสริมปลูกพืชทดแทนฝิ่นนี้ กาแฟพันธุ์อาราบิก้าเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญและเป็นความหวังในการทดแทนฝิ่นและสามารถทำรายได้แก่เกษตรกรชาวเขาได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้เนื่องจากสภาพความเหมาะสมของพื้นที่สูง และความต้องการในตลาดยังมี อยู่มากนั่นเอง

เอกสารอ้างอิง

การปลูกและผลิตกาแฟอาราบิก้าบนที่สูง (Highland Arabica Coffee Production) ศูนย์วิจัยและพัฒนากาแฟบนที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นักวิจัยสหรัฐฯ พบ ... ก า แ ฟ ... อาจช่วยรักษา โรค A l z e i m e r

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาธ์ฟลอริดา (South Florida)ได้เปิดเผยว่า การดื่มกาแฟ วันละห้าถ้วย ไม่เพียงช่วยหยุดผลของโรคอัลไซเมอร์ (ซึ่งเป็นโรคที่ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายได้)แต่ยังอาจช่วยรักษาโรคร้ายนี้ได้ด้วย

นักวิจัยในฟลอริดา ได้แสดงให้เห็น ถึงความเชื่อมโยงของคาเฟอิน (ที่มีอยู่ในกาแฟ) กับการหยุดการสูญเสียความทรงจำในหนู ซึ่งถูกเลี้ยงมาเพื่อใช้ในการทดลองอาการของโรคอัลไซเมอร์

ทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัยโรคอัลไซเมอร์ฟลอริดา (Alzheimer'sDisease Research Center) ของมหาวิทยาลัยเซาธ์ฟลอริดา(South Florida) ได้ทำการทดลองสองชุด ต่อเนื่องกัน ที่แสดงให้เห็นว่า คาเฟอินช่วยลดระดับของโปรตีนที่มีอยู่สูงผิดปรกติในสมองและเลือด ของหนูทดลองซึ่งมีอาการของโรคนี้ระดับโปรตีนที่มีอยู่สูงผิดปรกติดังกล่าว เป็นตัวที่เชื่อมโยงกับอาการของโรคอัลไซเมอร์นี้

“การค้นพบใหม่นี้ ทำให้เราพบหลักฐานที่แสดงว่าคาเฟอินสามารถเป็น “หนทางรักษา” โรคอัลไซเมอร์ได้ ทั้งนี้ นอกเหนือจากการเป็นเพียงกลยุทธในการป้องกันโรค” ดร.แกรี อาเรนดาช (Dr. Gary Arendash) นักวิจัยหลักของศูนย์ฯนี้กล่าว“ข้อเท็จจริงเช่นนี้ มีความสำคัญ เพราะคาเฟอินเป็นยาที่มีความปลอดภัยสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ มันสามารถเข้าไปสู่สมองได้ง่าย และ ดูเหมือนมันจะแสดงผลโดยตรงต่อกระบวนการของโรคนี้”

ในระหว่างการทดลอง นักวิจัยได้ให้หนูจำนวนครึ่งหนึ่งดื่มน้ำที่มีคาเฟอิน ขณะที่ประชากรหนูที่เหลือดื่มน้ำเปล่าตามปรกติภายหลังจากนั้นสองเดือน นักวิจัยพบว่า ประชากรหนูที่ดื่มน้ำที่มีคาเฟอิน แสดงความสามารถดีขึ้นมาก ในการทดสอบความจำ และ ทักษะในการคิด

ประชากรหนู ซึ่งถูกสร้างทางกรรมพันธุ์ให้เป็นโรคนี้ มีระดับของamyloid protein ซึ่งเชื่อมโยงกับโรคนี้ ลดลงถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งชี้ให้เห็น ความเป็นไปได้ ที่คาเฟอินจะเป็นสารที่ช่วยในการรักษาโรคนี้ได้

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประวัติของกาแฟ

มีตำนานเล่าขาน กล่าวกันว่าในต้นศตวรรษที่ 6 มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อคาลดี เป็นชาวอาบิสซีเนียหรือเอธิโอเปียในปัจจุบันหนุ่มน้อยผู้นี้มีอาชีพเลี้ยงแพะ ทุกวันเขาจะนำฝูงแพะออกไปหาอาหารกินตามทุ่งนาและตามเนินเขาต่างๆ เมื่อเจอแหล่งหญ้าและพุ่มไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เขาก็จะปล่อยให้ฝูงแพะหากินตามสบาย ส่วนตัวเขาตามประสาหนุ่มขี้เกียจ ก็จะหาที่ร่มเพื่อนอนพัก ตกเย็นก็ต้อนฝูงแพะกลับบ้าน นี่คือกิจวัตรประจำวันของเขา

แม้เขาจะเป็นคนขี้เกียจ แต่เขายังมีความดีอยู่อย่างหนึ่งคือเป็นคนช่างสังเกต วันหนึ่งเขาสังเกตเห็นความผิดปกติของฝูงแพะหลังจากที่มันไปหากินตามบริเวณเนินเขา ดูเหมือนว่ามันจะกระปรี้กระเปร่าขึ้น เจ้าหนุ่มคาลดีก็เริ่มจับตาดูว่าฝูงแพะมันไปกินอะไรเข้าจึงเกิดอาการเช่นนี้ และก็สังเกตว่ามีผลไม้ลูกเล็กๆสีแดงชนิดหนึ่งซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นอาหารที่ฝูงแพะของเขากิน จากการเฝ้าสังเกตติดต่อกันหลายวัน เขาจึงสันนิษฐานว่าจะต้องเป็นผลไม้สีแดงนี้แน่ ที่เป็นสาเหตุให้ฝูงแพะกระปรี้กระเปร่าขึ้น เพื่อความแน่ใจเขาจึงเด็ดผลไม้นี้ติดตัวกลับบ้านและทดลองกินดู เขาก็เลยกลายเป็นหนุ่มคนแรกที่ได้ลิ้มรสชาติของผลไม้วิเศษที่มีชื่อเรียกกันภายหลังว่า "กาแฟ"

นับว่าเป็นโชคดีของชาวโลกที่เจ้าหนุ่มคาลดีไม่ได้เก็บการค้นพบโดยบังเอิญนี้ไว้คนเดียว เขานำสิ่งที่พบไปเล่าให้นักบวชที่อยู่ในหมู่บ้านฟัง ความที่เป็นพระและมีความรู้ทางสมุนไพร พระรูปนี้จึงได้นำผลไม้ลูกเล็กๆ สีแดงนี้ไปลอกเปลือกออก และนำไปตากแห้ง จากนั้นนำไปต้มน้ำ ดื่มเป็นน้ำสมุนไพรและสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตนเองดู ก็พบว่าความง่วงหงาวหาวนอนในระหว่างที่สวดมนต์ตอนเย็น ได้หายไปและมีความกระปรี้กระเปร่าเข้ามาแทนที่ ทำให้การสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้าในตอนเย็นมีชีวิตชีวาขึ้น และจากที่วัดนี้เองการต้ม ผลไม้ลูกเล็กๆ สีแดงที่เรียกว่า"กาแฟ" ก็ได้แพร่หลายออกไปสู่บริเวณใกล้เคียง

จากการค้นพบครั้งแรกในศตวรรษที่ 6 เรื่อยมา จนถึงศตวรรษที่ 16 การดื่มกาแฟและขายเมล็ดพันธุ์ยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบและอยู่ในมือของชาวอาหรับเท่านั้น ชาวอาหรับหวงแหนเมล็ดกาแฟมากและเก็บเป็นความลับสุดยอด เมล็ดกาแฟที่จะส่งออกไปจำหน่ายให้พ่อค้าจะต้องผ่านการต้มสุกเสียก่อนเพื่อป้องกันการนำไปขยายพันธุ์ แต่ในที่สุดเมล็ดกาแฟที่เป็นของหวงแหนของชาวอาหรับ ก็ถูกมือดีชาวอินเดียลักลอบนำออกไปสู่โลกภายนอกจนได้

ในระหว่างเดินทางกลับจากการไปแสวงบุญที่กรุงเมกกะ นายบาบา บูดาน ผู้มีถิ่นพำนักอยู่ที่ไมซูทางภาคกลางของประเทศอินเดียได้ลักลอบนำผลกาแฟสุกสีแดง 6-7 เมล็ด ซุกไว้ที่ผ้าคาดเอวและนำมาปลูกที่หลังบ้านของเขา เมื่อผลกาแฟที่เพาะเจริญเติบโตขึ้นนายบาบา บูดาน ก็ได้แบ่งต้นกล้าที่เพาะได้ต้นหนึ่งให้แก่พ่อค้าชาวดัตซ์ นำไปทดลองปลูกที่เกาะชวาและประสบผลสำเร็จ พ่อค้าชาวดัตซ์จึงได้นำพันธุ์มาปลูกที่สวนพฤกษชาติในกรุงอัมสเตอร์ดัม ต้นกล้าในสวนพฤกษชาติแห่งนี้จึงกลายเป็นต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของกาแฟในยุโรป ส่วนต้นกล้าของนายบาบา บูดาน ก็กลายเป็นต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ของต้นกาแฟในอินเดีย

การขยายพันธุ์ไปยังทวีปอเมริกานั้น มีตำนานเล่าว่า ในปี ค.ศ.1723 มีทหารเรือชาวฝรั่งเศสชื่อกาเบรียล แมธธิว เดอคิว ได้อุตส่าห์ทะนุถนอมต้นกาแฟ 6 ต้น ที่เขานำลงเรือมาด้วยในระหว่างเดินทางจากยุโรปไปยังทวีปอเมริกา เขายอมสละน้ำจืดของเขามารดต้นกล้ากาแฟเพื่อไม่ให้มันตาย แต่มันก็ตายไปทีละต้นและเมื่อเรือเดินทางมาถึงเมืองท่ามาร์ตีนิก ในหมู่เกาะแคริบเบียน เขาก็เหลือต้นกล้าที่รอดตายเพียงต้นเดียวเขาเฝ้าทะนุถนอมต้นกาแฟที่รอดตายนี้ดุจไข่ในหิน และสามปีต่อมาต้นกาแฟต้นนี้ก็เริ่มผลิดอกออกผล 50 ปีให้หลัง ก็ได้ขยายพันธุ์ไปมากกว่า 20 ล้านต้น และต่อมาอีก 250 ปี ดินแดนแห่งนี้ ก็ได้กลายเป็นดินแดนที่ปลูกกาแฟมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก

ปัจจุบัน กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้นิยมมากที่สุดในโลก รองจากชาและน้ำเปล่าไปแล้ว

เมล็ดกาแฟคั่วไม่เพียงแต่ให้กาแฟที่สดใหม่หอมอร่อย แต่ยังมี
ประโยชน์อื่นอีก


1. ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น เมล็ดกาแฟช่วยได้ในกรณีที่คุณไม่มีลูกอมดับกลิ่นปาก โดยการอมไว้สักครู่จะทำให้กลิ่นปากสดชื่นอีกครั้ง

2. กำจัดกลิ่นอาหาร ถ้ามือของคุณมีกลิ่นกระเทียม หรือกลิ่นแรง เช่น กลิ่นปลา หรือกลิ่นแรงๆ เมล็ดกาแฟสามารถช่วยได้โดยการนำมาถูกับมือชั่วครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นและสบู่

3. ยัดไส้เก้าอี้ เก้าอี้แบบที่เรียกว่าบีนแบ็ก หรือเก้าอี้ทรงถุงกลมๆ ที่มักยัดไส้ด้วยเม็ดถั่ว ที่จริงแล้วเมล็ดกาแฟก็สามารถเอามาใช้ทดแทนกันได้เช่นกัน ลองหาเมล็ดกาแฟคั่วชนิดราคาถูกที่สุดเอามาใช้ ข้อดีอีกอย่างก็คือมันจะช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ให้ห้องได้ด้วย

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เหล้าผสมกาแฟกลายเป็นยาวิเศษ

ได้ยาวิเศษสามารถช่วยป้องกันสมองไม่ให้เสียหาย หลังจากเส้นเลือดในสมองตีบได้อย่างมาก เป็นยาที่ทำจากกาแฟผสมกับเหล้า มีฤทธิ์เท่ากับซดกาแฟแก่ๆ ผสมเหล้าเข้าไป 2 ถ้วยซ้อน

นักวิจัยของโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยเท็กซัส ฮิวส์ตัน เปิดเผยว่า ยาขนานใหม่ที่พบ เป็นส่วนผสมของกาแฟกับเอทานอล อันเป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณช่วยลดความสูญเสีย ของสมองจากการเป็นอัมพาตเนื่องมาจาก เส้นเลือดสมองตีบลงได้อย่างมาก โดยได้ทดลองใช้รักษาฉีดให้กับคนไข้ อัมพาตทั้งชายหญิงที่อยู่ในวัยอายุเฉลี่ย 71 ปี ไปจำนวน23 ราย

ศาสตราจารย์มาร์ติน บราวน์ กล่าวแจ้งว่า ในการทดลองกับหนู โดยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองของมัน ขาดลงแบบเดียวกับเมื่อเกิดเป็นอัมพาตเนื่อง มาจากเส้นเลือดสมองตีบในคนเมื่อให้ยาภายในเวลาเกิดอาการใน 3 ชม. ปรากฏว่ายาช่วยลดความสูญเสียของสมองของมันได้มากถึง 80% และจะได้ทำการศึกษาวิจัยต่อไป เพื่อจะได้รู้สรรพคุณของมันในการรักษากับคนมากขึ้น"แต่พบแล้วว่า หากให้กาแฟหรือแอลกอฮอล์โดดๆ อย่างเดียว กลับไม่ได้ผลอย่างใด จะต้องผสมกันจึงจะได้ผล ซึ่งก็จะต้องค้นคว้าหาส่วนผสมที่เหมาะสมต่อไป"

เขากล่าวต่อไปว่า ยังอาจไม่ทราบสาเหตุว่ามันมีสรรพคุณรักษาขึ้นอย่างไร แต่ตัวแอลกอฮอล์เองก็มี สรรพคุณทางขยายหลอดเลือดอยู่แล้ว และคาเฟอีนก็มีสรรพคุณช่วยให้อาการของไมเกรนทุเลาลงได้ เพราะมันช่วยให้ เลือดไหลเวียนดีขึ้น นอกจากนี้ มันยังเป็นยาที่ปลอดภัย เพราะก็เห็นกันอยู่ เป็นยาที่เกือบจะทุกคนใช้กันอยู่แล้ว.

กาแฟกับความงาม

คาเฟอีนเป็นที่นิยมนำมาใช้กันอย่างมากในผลิตภัณฑ์ความงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่ต้อสู้กับเซลลูไลท์ มันกระตุ้น การไหลเวียนโลหิตเฉพาะจุด ซึ่งทำให้เกิดการปล่อยไขมัน ออกจากเซลล์ เข้าสู่กระแสเลือด และจะถูกกำจัดออกไปจาก
ร่างกาย และนี่คือเทคนิคในการใช้กาแฟเพื่อลดเซลลูไลท์ด้วยตัวเองที่บ้าน

ใช้กาแฟคั่วบดอุ่นๆ (กากกาแฟที่ชงแล้วก็ได้) ถูลงบริเวณที่เห็นริ้วรอยของเซลลูไลท์ กากส่วนใหญ่จะร่วงลงบนพื้น แต่จะมีที่ตกค้างอยุ่บนผิวพอสมควร

ใช้พลาสติกห่ออาหารพันบริเวณนั้นเอาไว้ หรืออาจใช้สาหร่ายทะเลจะยิ่งดีกว่า ถ้าหาได้ ทิ้งไไว้สัก 5 นาที จากนั้นแกะ พลาสติกออกแล้วอาบน้ำ ทำทรีตเมนต์สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อได้ผลดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จากLisa weekly

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


กาแฟมีกี่ชนิด




เมล็ดกาแฟ มาจากต้นกาแฟที่มีมากกว่า 50 สายพันธุ์ ใน 70
ประเทศทั่วโลก แต่สายพันธุ์หลัก ๆ ที่ได้รับความนิยมมี 2
สายพันธุ์ คือ

อาราบิก้า (Arabica) ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเป็นพันธุ์กาแฟที่ดี
ที่สุด และมีผู้นิยมบริโภคมากที่สุด เพราะให้รสชาติกลม
กล่อม นุ่มลิ้น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีปริมาณคาเฟอีน
น้อยกว่าพันธุ์โรบัสต้าประมาณหนึ่งเท่าตัว นิยมปลูกในพื้นที่
สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 ฟุต เช่นภาคเหนือใน
บ้านเรา

ส่วนอีกสายพันธุ์หนึ่งคือ โรบัสต้า (Robusta) เป็นพันธุ์
กาแฟที่ เติบโตง่ายและทนทานสมกับชื่อ (คำว่า robust
ในภาษาอังกฤษ แปลว่า ทนทาน ) นิยมปลูกในพื้นที่สูง
กว่าระดับน้ำทะเลไม่มากนัก ส่วนใหญ่ปลูกในประเทศแถบ
ร้อนชื้น และทางภาคใต้ของไทย ที่มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี
ด้วยความที่เติบโตง่าย ทำให้ผลิตผลกาแฟพันธุ์โรบัสต้า
ออกสู่ตลอดจำนวนมากต่อปี และมีราคาถูกกว่าอาราบิก้า
ครึ่งต่อครึ่ง จึงนิยมนำไปผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูป หรือใช้
เป็นส่วนผสมของเอสเพรสโซ่แบบผสม (เอสเพรสโซ่่มีสอง
แบบใหญ่ๆ คือ แบบที่เป็นอาราบิก้าแท้ ๆ กับแบบที่ผสม
กาแฟชนิดอื่น ๆ )

ทายนิสัย.....จากกาแฟ

ชอบกาแฟขม
เป็นคนเอาการเอางาน ช่างคิดช่างวางแผน มีหัวทางธุรกิจ
และชอบการทำงานที่ท้าทาย

ชอบกาแฟรสชาติหวานมัน
เป็นคนที่เปิดเผย ใจกว้าง ชอบความสนุกสนานในชีวิต เป็น
คนร่าเริง รักความยุติธรรม

ชอบการแฟที่กลิ่นหอมแรง
เป็นคนที่ช่างเลือก ชอบแต่สิ่งที่ดีที่สุด เป็นคนรักเพื่อน
ชอบการอยู่ในสังคมที่มีแต่คนทัศนคติตรงกัน

ชอบการแฟรสอ่อนๆ
เป็นคนที่ชอบความสงบ สนใจสุขภาพ ชอบความสะอาด
เคารพความเห็นของผู้อื่น ไม่ชอบโต้แย้งกับใครโดยไม่จำเป็น

ชอบกาแฟหวานจัด
เป็นคนที่มีอารมณ์เปราะบาง ปรวนแปรง่าย มีความใฝ่ฝัน
เกี่ยวกับชีวิตตัวเองที่เป็นอยู่

ชอบกาแฟรสชาติพอดีๆ
เป็นคนชอบชีวิตที่ลงตัว ไม่ชอบการแก่งแย่งแข่งขัน รัก
สุขภาพ ใส่ใจเรื่องการเรียน

ชอบกาแฟร้อน
เป็นคนที่หาความสุขได้อย่างง่ายๆมีชีวิตชีวา กระฉับกระเฉง
เป็นคนตื่นตัวเร็วและปรับตัวเก่ง

ชอบกาแฟเย็น
เป็นคนชอบการมีเพื่อนเยอะๆ ชอบการได้พักผ่อน ผ่อนคลาย
ร่าเริง ใครอยู่ใกล้ก็มักเบิกบานไปด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คุณประโยชน์ของกาแฟ  เป็นข้อ ๆ

พอจะสรุปคุณประโยชน์ของ กาแฟ ออกมาเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ คือ


1. ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B

2. ป้องกันโรคหอบ
โรคนี้ คือ อาการภูมิแพ้ชนิดหนึ่งโดยทั่วไปเมื่อมีประสาทสำรองไม่ถูกกระตุ้นจะไม่มีอาการหอบเกิดขึ้นง่ายๆ
แต่ถ้าหากประสาทสัมผัสสำรองถูกกระตุ้น จะเกิดอาการหอบทันทีและคาเฟอีนในกาแฟจะระงับการตึงเครียด ของประสาทสัมผัสสำรอง ลดการเกิดโรคหอบ

3. ลดการเกิดโรคตับจากสุรา
ตามที่นักวิชาการสำรวจแล้วพบว่า กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับ แต่ยังต้องวิจัยต่อไปว่าสารใดที่มีประโยชน์ดังกล่าว และมีผลต่อสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งหรือไม่ นอกจากแอลกอฮอล์

4. ป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งในช่องปาก
จากผลการทดลองจริง พบว่ากาแฟมีประสิทธิภาพป้องกันโรคขั้นต้นโดยเฉพาะในคาเฟอีนมีกรดอะซิติกที่ช่วยป้องกันโรค

5. ขับไล่ความชรา
ออกซิเจนเป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริงแต่ถ้ามีออกซิเจนมากไปทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้นจะทำให้ออกไซด์แตกตัวลดการเกิดมะเร็งได้ กระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย

6. กาแฟลดอัตราคอเลส-เตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ
ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน Bรวมชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดจึงป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัว

7. ละลายไขมัน
กาแฟที่ทานหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทนจึงลดความอ้วนได้

8. กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย
ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่าคนที่ดื่มกาแฟบ่อยๆจะมีไขมันชนิด(HDL)เพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว

9. แก้ปวดศีรษะ
กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวดและยังช่วยขับปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเมาสุราได้

10. เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง
มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่าความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น

11. ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว
หากได้ดื่มกาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ คาเฟอีนในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนเพิ่มขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญ
ประโยชน์ของกาแฟ



 
หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม "คาเฟอีน" ในกาแฟมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจในหลายด้านด้วยกัน

คาเฟอีนกระตุ้นให้สมองตื่นตัว ซึ่งจะเร่งความเร็วของการประมวลผลข้อมูลในสมองและย่นระยะเวลาในการตอบสนอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานที่ต้องการสมาธิ การใช้เหตุผลและความจำ ช่วยลดความหงุดหงิด อารมณ์ซึมเศร้าและความเครียดได้ ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกพึงพอใจและมีความสุข

ด้านโภชนาการ การดื่มกาแฟช่วยให้ร่างกายได้รับของเหลวเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน อีกทั้งเนื้อกาแฟยังมี แร่ธาตุไนแทซเซียมและไนอาซีน ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีรายงานวิจัยว่าคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานของร่างกาย ทำให้ไขมันสลายตัวเพิ่มขึ้น จึงอาจดื่มกาแฟเป็นเครื่องดื่มในการลดน้ำหนัก และเนื่องจากคาเฟอีนและสารอื่นที่มีอยู่ในกาแฟช่วยกระตุ้นการหลั่งกรดและน้ำย่อย กาแฟจึงช่วยในการย่อยอาหารเป็นเหตุให้คนจำนวนมากดื่มกาแฟหลังอาหารแต่ละมื้อ

จากการวิจัยทางการแพทย์สหรัฐฯ โดยดร.จี เวปสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและคณะจากศูนย์การแพทย์นครฮอนโนลูลู สหรัฐฯ พบว่าผู้ชายที่ไม่ดื่มกาแฟมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคพาคิสันมากกว่าพวกที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 5 ถ้วย ถึง 5 เท่า ผลกระทบของคาเฟอีนต่อเส้นเลือดมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์ เพราะคาเฟอีนช่วยไปขยายหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เส้นเลือดแดงบริเวณที่ศีรษะหดตัว ซึ่งช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ จากการศึกษาของนายแพทย์ วินเซนต์ ทูบิโอโลแห่งศูนย์การแพทย์ยูซีแอลเออ-ฮาร์เบอร์ ได้ตั้งทฤษฎีใหม่ว่า การรับคาเฟอีนจำนวน 400 มิลลิกรัมต่อวัน อาจช่วยลดอาการแพ้เกสรดอกไม้ได้

จากรายงานการวิจัยในกลุ่มสตรีที่ดื่มกาแฟไม่เกิน 5 ถ้วยต่อวันพบว่า กาแฟไม่มีส่วนทำให้เป็นการเสี่ยงต่อการเป็นโรคของหัวใจมากขึ้น แม้ในรายที่มีปัญหาเส้นเลือดอุดตันหรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟทุกวัน วันละหกถ้วยขึ้นไปก็ไม่มีอัตราหัวใจสูงกว่าปกติ และจากการสำรวจหลายครั้ง รวมทั้งการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าผู้ดื่มกาแฟมี
อัตราการเป็นมะเร็งเต้านมต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ ส่วนการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตันพบว่า คนไข้ที่ดื่มกาแฟอย่างน้อยห้าถ้วยต่อวัน มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ต่ำกว่ากลุ่มอื่นถึงร้อยละ 40

กาแฟยังกลายเป็นข่าวดีสำหรับผู้ชายทั่วโลก เมื่อดร.ดาร์ซี โรแบร์โตลิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยาของมหาวิทยาลัยริโอ เดอจาเนโร ในบราซิล เปิดเผยว่า ผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศอันเนื่องมาจากการดื่มสุรา
การเสพยา ภาวะซึมเศร้าและอายุขัย สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน